[Travel] London Survivor Part.1 - บิน -

posted on 25 Nov 2011 21:41 by panza in Travel directory Travel, Diary
 
 
สวัสดีค่า (^o^)//
 
 
 
........................................................... ชิ้ง+
(นกกาบินผ่านนึ่งตัว ก้าก้า--)
 
 
ไม่รู้จะยังมีใครมาเดินเตะฝุ่นแถวนี้รึเปล่านะคะ
เพราะว่าอีจขบ.ก็ดองบล๊อกนานประมาณครึ่งปี (เกินด้วย 555)
นานจนหาที่เขียน New Entry ไม่เจอน่ะค่ะ แอร๊ย /โดนตบตี
 
ขออัพเดทชีวิตตัวเองสั้นๆนะคะ ตอนนี้อยู่ม.6 แล้วค่ะ
เพิ่งสอบผ่านข้อเขียนของมศว คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น
วันเสาร์หน้าจะไปสอบสัมภาษณ์ค่ะ ^^
 
 
 
เข้าเรื่องกันนิดนึง 5555
เนื่องจากว่า พี่ชายของจขบ.ไปเรียนต่อป.โทที่ประเทศอังกฤษค่า
แล้วเราก็แอบอยากติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย
คุณพ่อเลยถือโอกาสพาที่บ้านไปส่งคุณพี่ซะเลยค่ะ
 
กระซิบ - ทีแรกคุณพ่อไม่อยากให้ไปหรอก ปีนี้ต้องแอดมิชชั่น
แต่นี่อังกฤษนะค้าาา ไม่รู้จะมีโอกาสได้ไปอีกเมื่อไหร่ ชาติไหน จะเปลี่ยนเมืองหลวงก่อนมั้ย บลาๆ
เลยต้องไปแล้วค่า!
 
 
 
 
 
 
จริงๆ เราต้องขอบอกก่อนว่า ตั้งแต่จำความได้ เราไม่ชอบอังกฤษ
ไม่ชอบสำเนียงดัดจริต ไม่ชอบอะไรผู้ดี๊ผู้ดี ดูหยิ่งๆ ยังไงบอกไม่ถูก
อาจจะเป็นก้อนอคติที่อุดตันอยู่แถวๆ ตับอ่อน
เรารู้สึกว่าอเมริกาดิ่สุดยอดของจริง Land of Freedom อ้ะ
อาหารอาเหิรอะไรไม่สน (เราไม่กินขนมปัง มนุษย์ที่อาจอดตายหากออกนอกเอเชีย)
อเมริกามี Walt Disney นะ มี Maroon 5 นะ บลาๆ
แถถ่อยไปเรื่อยเปื่อย
 
เหตุผลจริงๆ อาจเป็นเพราะพี่ชายเรารักและบูชาอังกฤษเหลือเกิน
คุณเค้าเป็นอักษรศาสตร์บัณฑิต ที่คลั่งไคล้วรรณคดีขั้นสุด
มันก็ต้องอังกฤษนี่แหละ ที่เป็นต้นตำรับ
และพี่เรายังก็ชอบค่อนแคะว่าอเมริกาน่ะ มันไม่มีอารยธรรม
ซึ่งไม่รู้จะเอาอะไรไปเถียงนะ 55555
 
แต่พอเห็นคนบูชาอะไรมาแล้วหมั่นไส้ จะพาลเห็นไอ้สิ่งนั้นขัดหูขัดตาไปเรื่อย
ไม่ได้สำนึกเลยซักช่วงใจเดียวว่า Harry Potter ที่ติดนักติดหนานี่ มันวรรณกรรมอังกฤษนะ
แล้วยังมีอะไรซากเต่ามากมายที่เป็นของอังกฤษ แต่เราไม่เคยรู้เอง
 
แต่ท้าวความมานาน ที่ไปอังกฤษเนี่ย คือ เราอยากไปนอกเอเชียมั่ง
พ่อแม่พี่เรากันถึงฝรั่งเศส ปราก อะไรกัน โถ
เราไปไกลสุดก็ได้ถึงโซลนะ ยังน่าชื่นใจ แต่ก่อนอย่างไกลก็โตเกียว
สรุปได้ว่าเป็นความอิจฉาล้วนๆ เลยตัดสินใจแพ็กกระเป๋าบินไปเมืองผู้ดีโลด!
 
 
 
เครื่องบิน

 
รักคุณเท่าฟว้าาาา
 
 
ปกติเวลาขึ้นเครื่องบิน ชอบนั่งตรงไหนกันเอ่ย?
ริมหน้าต่าง ริมทางเดิน หรือว่านั่งมันตรงกลางเลย อบอุ่น
(แบบสุดท้ายจะมีใครชอบมั้ยอ่ะ 5555)
 
เราชอบนั่งริมหน้าต่างค่ะ
เราไม่ได้อยากดูวิวอะไรหรอก เพราะปกติจะได้นั่งตรงปีกเครื่องบิน
ฉะนั้นมองออกไปแล้วจะไม่เห็นอ้อยอะไรไปมากกว่าปีกมัน......
 
 
แต่ เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่...........ชอบนอนเวลาเดินทางค่ะ
 
ขึ้นรถ ลงเรือ เครืองบิน หลับตัลหลอดดดด
(มอเตอร์ไซค์ไม่รู้นะ ยังไม่เคยนั่ง 555555555)
เลยชอบนั่งตรงริมหน้าต่าง จะได้มีที่พิง สบายยย
ไม่รู้ทำไม แต่นอนตัวตรงไม่ได้อ่ะ ต้องพิงข้างๆ เอาขาขึ้นมาขด
 
แล้วจะเหมือนมีสวิทช์ เวลาข้าวมาเราจะตื่น ตาบลิ๊ง ทุกอย่างสดใส
บางคน เช่นแม่เราเอง ฮ่าๆ (เผาเลย) จะกินอาหารบนเครื่องไม่ได้ ไม่เอนจอย
อาจจะเมาเครื่อง เวียนหัว ไม่หิว หรืออะไรก็ตามแต่
(บางทีก็ไม่รู้จะหิวอะไรเนอะ เครื่องออกตอน 5 ทุ่ม เสิร์ฟอาหารประมาณเที่ยงคืน อืม นี่มื้ออะไรอ้ะ)
 
แต่เรากินอร่อยมาก ทุกเมนูของการบินไทย จะเสิร์ฟกี่โมง
มีหมูเห็ดเป็ดไก่อะไร เรากินอย่างมีความสุข จนไขมันแทบจุกอกตายกลางอากาศ
ที่สำคัญ กินเสร็จเราก็นอนได้เลย นึง ส่อง ซั่ม ฟุ่บ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แถมเรายังไม่ค่อยปวดฉี่ปวดอุนโกะอะไรตอนอยู่บนเครื่องด้วย
หลับแบบตายอดตายอยากอย่างเดียว Zzzz
 
อิจฉาล่ะเซ่ *หัวเราะเอามือป้องปากโฮะโฮะ*
 
 
เห็นเราเกริ่นเรื่องเครื่องบินตั้งนานนม
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราขึ้นเครื่องบินหรอกนะคะ
แต่เป็นครั้งแรกที่บินนานนนนน นานที่สุดเท่าที่เราเคยนั่ง
แต่ก็ไม่รู้หรอกว่ากี่ชั่วโมง เพราะหลับตลอดทาง มีลุกมาเสียบไอพอดฟังเพลงบ้าง
แต่ร้อยละ 80 เราหลับ ตั้งแต่เครื่องออกที่สุวรรณภูมิ (หลับตั้งแต่ขึ้นไปเลยแหละ ยังไม่ทันออก)
 
จนถึง........
 
 
 
สนามบิน Heathrow
 
 
 
 
 
 
จิ้มเพลงฟังกันสักนิดนึงนะคะ
แล้วมาอ่านกันต่อ ^^
 
ใครรู้สึกว่า เพลงมันฟังคุ้นๆ ตะหงิดๆ เหมือนเคยฟังที่ไหน
หรือแบบว่า โฮ้ย ใช่เลยย เคยฟังแน่ๆ แต่แบบว่ามันติดอยู่ที่ปลายติ่งหู
 
เพลงนี้คือ Glasgow Love Theme ประพันธ์โดยคุณ Craig Armstrong
ประกอบภาพยนต์เรื่อง Love Actually ค่ะ
 
 
 
สำหรับใครที่ไม่เคยดู Love Actually เป็นหนังรักสัญชาติอังกฤษปี 2001 ค่ะ (สิบปีแล้ว เร็วง่ะ)
เป็นเรื่องราวเกียวกับคู่รัก คนแอบรัก คนแอบนอกใจทั้งหลาย ในช่วงคริสมาสต์ค่ะ
ทีมสร้างเดียวกับ Notting Hill หนังโรแมนติคที่หลายๆคนน่าจะรู้จักนะ
(เก่ากว่าเดิมอีก ก๊ากกกก)
 
เอาเป็นว่า Love Actually เป็นภาพยนตร์ที่เราให้เป็นที่ 1 มาตลอดเลยค่ะ
ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องไหนแซงได้ แต่อนาคตก็ไม่แน่นะ
แบบว่า บรรยากาศมันอบอุ่น อบอวลด้วยความรัก ด้วยความรู้สึกต่างๆ
ขอเป็นเสียงเล็กๆที่อยากแนะนำให้หามาดูกันค่ะ ^^
 
 
มาสนามบินฮีทโธรว์แล้วไงอ่ะ เกี่ยวอะไรกับหนังฮิวจ์ แกรนท์?
ก๊าก คือเราเป็นแฟนตัวยงของหนังเรื่องนี้
และในหนังก็ได้ใช้สนามนานาชาติฮีทโธรว์เป็นสถานที่ที่บรรยายความรู้สึกของ narrator ด้วยค่ะ
 
narrator บอกว่า บางทีเราอาจมองโลกว่าโหดร้าย ไม่น่าอยู่
แต่ลองดูที่สนามบิน ตรงส่วนผู้โดยสารขาเข้าสิ
มีคนรัก พ่อลูก พี่น้อง เพื่อน โอบกอดกันอย่างคิดถึงและดีใจ
พอได้มาเห็นภาพแบบนี้ ก็จึงได้รู้ว่า
" จริงๆ แล้ว ความรัก อยู่รอบๆ ตัวเรา "
(Love actually... is all around.)
 
ในหนังอาจจะไม่ได้ว่าแบบนี้เป๊ะๆ นะ นี่คือเท่าที่เรานึกออก ฮ่าๆ
 
 
 
พอเราลงจากเครื่องบินการบินไทยในตอนเช้าตามเวลาอังกฤษ
เราจัดแจงใส่เสื้อแขนยาวพร้อม เพราะเราไม่ไว้ใจไอ้ซัมเมอร์ของคนอังกฤษ
 
และพอเราเหยียบภายในอาคารผู้โดยสารของฮีทโธรว์ปุ๊บ...
 
 
ลองนึกภาพกล้องถ่ายวนรอบอาคารผู้โดยสาร แล้วตัวเรายืนอยู่ตรงกลาง
แล้วมีเพลง Glasgow Love Theme ดังคลออยู่ในหู
มองไปทางซ้ายทางขวา เจอแต่ฝรั่งหัวทองเดินไปเดินมาเยอะกว่าตรอกข้าวสาร
แล้วก็ได้เห็นพ่อแม่พี่น้องชาวอังกฤษจริงๆ โผเข้ากอดกันตรงประตูผู้โดยสารขาเข้า
 
เราเพิ่งรู้สึกตอนนั้นเอง ว่าเรามาถึงอังกฤษแล้วนะ
 
และเราจะต้องชอบที่นี่ :)
 
 
 
To be continued
 
 
Omake
 
 
 
อากาศอังกฤษตอนเช้าช่างขมุกขมัว
 
 
รถไฟใต้ดินที่เชื่อมกับสนามบินค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

อ่านสนุกมากเลยค่ะ
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ส่วนตัวยังไม่เคยไปอังกฤษเลยค่ะ
อยากไปสักครั้งเหมือนกัน
ปล.ยินดีกับเรื่องสอบด้วยนะคะ
ขอให้สัมภาษณ์ผ่านได้ด้วยดีด้วยนะคะ double wink

#6 By Opal on 2011-12-08 00:23

เพิ่งไปมาเหมือนกัน
จะคอยติดตามนะคะbig smile

#5 By iWater on 2011-12-03 15:44

อังกฤษ~ อยากไปมั่งจังเลยค่ะ
เราก็เป็นคนนึงค่ะที่ชอบอาหารบนเครื่องบินมาก cry
สนามบินช่างสวยงาม เพลงก็เพราะมากเลยค่ะ big smile
รอตอนต่อไปนะคะ

#4 By chou' on 2011-11-28 09:38

Hot! Hot! Hot!
เขียนสนุกมากค่ะ อยากอ่านตอนใหม่เร็วๆจัง ชอบ Hugh Grant เหมือนกันค่ะ cry

#3 By anges on 2011-11-26 14:50

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ในบล็อกมากเลยค่ะ

เอ็นทรี่น่าอ่านดีค่ะ หัวบล็อกรูปสโตนเฮนจ์ก็สวย
ตอนลง Heathrow ไม่ทันสังเกตอะไรเหมือนจขบ.เลย เอาแต่ลากกระเป๋าหาทางออกจากด่านให้ได้อย่างเดียว 55 (แถวยาวเหลือเกิน)ในสนามบินเขาหวานแหววกันอย่างนี้เลยหรือนี่...

คิดว่าไม่น่าจะได้บังเอิญเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่ชายจขบ.มั้งคะ แม้ว่าจะจบมาจากคณะเดียวกันก็ตาม ^^;

ที่คนญี่ปุ่นมีระดับภาษาซับซ้อนมากอาจจะมาจากการพยายามจัดความสัมพันธ์ของคนในสังคมที่มีคนใน(อิเอะ)และคนนอกกลุ่มมั้งคะ คนในจะเป็นกลุ่มที่สนิทไปด้วยกันตายด้วยกัน ส่วนคนนอกจะเป็นคนที่ต้องเกรงใจต้องรักษามารยาทด้วยการแสดงความสุภาพอย่างมาก ในขณะเดียวกันภาษาที่ใช้ก็แสดงออกถึงความห่างเหินตรงนั้น...

เคยเรียนวิชาหนึ่ง อาจารย์ว่าระดับภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนการห่อของ เราจะไม่ห่อให้คนที่สนิทแต่จะห่ออย่างหรูหราแน่นหนาอลังการให้คนที่เคารพ(และไม่สนิท)ดังจะเห็นได้ว่ายิ่งสุภาพประโยคจะยิ่งยาวเฟื้อย แต่ไม่ว่าการห่อของหรือการแสดงความสุภาพทางภาษาก็เป็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนให้อยู่ร่วมกันได้ซึ่งจำเป็นสำหรับกลุ่มคนที่ต้องอยู่ร่วมกันในพื้นที่เล็กๆ ของเกาะ...

ขอโทษนะคะ เขียนซะยาวเลย งงๆ อีกต่างหาก...

ยังไงยินดีด้วยนะคะที่ผ่านข้อเขียนแล้ว big smile

#2 By Hong on 2011-11-26 06:49

โอ้ววว อิจฉาา อยากไปอังกฤษษษษษ
พี่ก็เป็นนะ ไม่เอนจอยกะอาหารเครื่องบินกินแล้วอ้วก 5555

#1 By NatsuPut on 2011-11-26 01:57